สาวๆฟังทางนี้ มีวิธีทำให้ผิวขาว โดยธรรมชาติมาบอก




Tag Cloud

No tags.



รศ.ดร.แก้ว กังสดาลอำไพจากสถาบันวิจัยโภชนาการ ได้ให้ความรู้เอาไว้ ในการเสวนาเรื่อง “สุขภาพดีได้โดยไม่ต้องพึ่งอาหารเสริม” ให้ความสำคัญกับอาหารธรรมชาติที่เรารับประทานกันตามปกติมากกว่าสารสกัดในรูปแบบต่างๆ และประเด็นที่กล่าวถึงประการหนึ่งก็คือ เรื่องของ “กลูตาไทโอน” เนื่องจากปัจจุบันได้รับความสนใจอย่างมาก
รศ.ดร.แก้ว กังสดาลอำไพ จากสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวและอธิบายเพิ่มเติมว่า
ร่างกายเราสร้างกลูตาไทโอนได้เองในตับ โดยที่เรารับประทานเนื้อสัตว์หรือโปรตีนเข้าไปในร่างกาย
ทางด้าน รศ.ดร.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า
กลูตาไทโอนเป็นอนุพันธ์ของกรดอะมิโนที่มีอยู่ในเนื้อสัตว์ ประกอบด้วยกรดอะมิโน 3 ชนิด

“เวลาที่เรากินเนื้อสัตว์ ร่างกายจะย่อยเนื้อสัตว์ออกมาเป็นกรดอะมิโนเดี่ยวๆ แล้วถึงจะดูดซึมไปใช้ประโยชน์”
กลูตาไทโอนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ เป็นตัวเสริมให้สารอาหารบางชนิดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
กระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกาย ช่วยสร้างและกระตุ้นเอ็นไซม์ในร่างกาย

“เมื่อร่างกายเราสามารถสร้างกลูตาไทโอนได้ จึงไม่มีประโยชน์ที่ต้องเสริมเข้าไปให้ซ้ำซ้อนอีก
และจุดที่อยากเน้นก็คือข้อควรระวัง ในกรณีที่ร่างกายเราได้รับสารอาหารสูงมาก จะไปส่งผลกระทบ กระตุ้น
หรือเปลี่ยนแปลงการดูดซึมยาและสารอาหารอื่น

สิ่งเหล่านี้เรามักจะลืมนึกถึง อย่างเช่น การกินยาปฏิชีวนะบางตัวพร้อมกับนมจะทำให้การดูดซึมยาได้ไม่ดี
การกินสารอาหารที่มีธาตุเหล็กมากเกินไปอาจทำให้ปวดท้องได้ หรือเมื่อเรารับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็ก
ควรจะรับประทานพร้อมกับน้ำส้ม หรือผลไม้รสเปรี้ยว หรือวิตามินซี เพราะจะทำให้การดูดซึมเหล็กได้ดีขึ้น”
แต่หากเราต้องการให้ร่างกายเราได้รับสารกลูตาไทโอน รศ.ดร.แก้ว ได้แนะนำให้รับประทานอาหารธรรมชาติ
หรือพืชผักผลไม้แทน

“เมื่อไปตรวจสอบดูก็พบว่า ผลไม้ที่มีกลูตาไทโอนสูงก็คือ แตงโม จากเนื้อสัตว์ก็มีในตับ…ทุเรียนก็มีกลูตาไทโอนด้วยเช่นกัน แต่ทุเรียนมีพลังงานสูง”รศ.ดร.แก้ว บอกอีกว่า

“เมื่อเรากินแตงโม เราก็จะได้กลูตาไทโอน ซึ่งจะไปช่วยดูแลผิวพรรณ เนื่องจากมีสารต้านอนุมูลอิสระแต่การทำงานของสารตัวนี้ไม่ได้ต้านโดยตรง แต่ไปอยู่ในองค์ประกอบของเอ็นไซม์ที่ต้องทำงานร่วมกับโปรตีนนั่นคือเราต้องกินโปรตีนให้เพียงพอ”

แต่สิ่งที่กลัวกันก็คือสารเคมีหรือยาฆ่าแมลงที่ใช้ในเวลาปลูกแตงโม เนื่องจากมีศัตรูพืชเยอะ
ถ้าเช่นนั้นก็ต้องรณรงค์และสนับสนุนให้ชาวไร่ปลูกแตงโมปลอดสารพิษ หรือไปรับประทานแตงโม
จากเกษตรอินทรีย์แทน
ที่มา เสริมอาหารจากธรรมชาติ มูลนิธิสุขภาพไทย

ข่าวแฟชั่น ความงาม


Tags: , , , ,

ข่าวล่าสุด / ประกาศขายของฟรี


11 Comment แล้ว

  1. poukky Says @ 09-11-15 11:37 am

    ma kharm thum hai khao

  2. คนสวย Says @ 10-04-13 9:55 pm

    ดีดีดีดีดดดดดดดดดดดดดดดดดด

  3. Says @ 10-06-11 7:05 pm

    ดีดีมาก

  4. เจน Says @ 10-07-20 12:48 pm

    ชอบค่ะ

  5. เจน Says @ 10-07-20 12:49 pm

    คิดถึงนะ

  6. คนสวยดูดี Says @ 10-07-29 7:46 pm

    ดีมากเลยค่ะ ได้รับความรู้เยอะมากเลย

  7. แอน Says @ 11-03-18 12:32 am

    กินแตงโมดีกว่า

  8. แอ๋มจร๊า Says @ 11-04-15 8:28 am

    ดีมากเลยนะ

  9. i am art :) Says @ 11-06-7 2:29 pm

    ถ้างั้นกลูต้าก็ไม่อันตรายน่ะสิคะ เพราะมันได้มาจากตับและผลไม้นี่คะ ไม่รู้สิคะ ใครรู้ตอบทีค่ะ

  10. นวรัตน์ พุ่มไสว Says @ 11-06-30 3:51 pm

    โอย………. จาได้ไหมเนี้ย

  11. ซอยหนา Says @ 11-06-30 3:52 pm

    ก้อดีนะฟะ

เชิญร่วมแสดงความเห็น